ประวัติความเป็นมาของศาสนาคริสต์

ศาสนาคริสต์ถือเป็นอีกศาสนาหนึ่งบนโลกที่ปัจจุบันยังคงได้รับความนิยมในการนับถือจากคนทั่วทั้งโลกจำนวนไม่น้อย เป็นศาสนาที่มีอายุความเป็นมายาวนานกว่า 2,000 ปี ผู้คนจำนวนไม่น้อยที่มองว่านี่คือศาสนาที่พวกเขาให้ความเคารพแม้จะมีนิกายแตกออกไปจำนวนไม่น้อยแต่หลักๆ แล้วคำสอนของศาสนาก็ยังคงมุ่งหวังให้ทุกๆ คนทำความดีเพื่อโลกใบนี้จะได้อยู่กันอย่างสงบสุขไม่มีปัญหาใดๆ เข้ามารบกวนการใช้ชีวิตของแต่ละคน

ความเป็นมาของศาสนาคริสต์

ศาสนาคริสต์ได้เกิดขึ้นมาบริเวณดินแดนที่เรียกว่าเลแวนต์ ปัจจุบันพื้นที่บริเวณดังกล่าวก็คือประเทศอิสราเอลกับปาเลสไตน์ จัดเป็นศาสนาที่มีผู้นับถือเป็นจำนวนมากศาสนาหนึ่ง เป็นศาสนาที่เรียกว่า เอกเทวนิยม นับถือพระยาห์เวห์เป็นพระเจ้าเพียงแค่พระองค์เดียว ส่วนคำว่า พระคริสต์ มาจากภาษากรีกที่เรียกว่า คริสตอส เป็นศาสนาที่ถูกพัฒนามาจากศาสนายูดาห์ มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 2000 ปี ก่อนคริสตกาล ชนเผ่าหนึ่งได้เป็นบรรพบุรุษชองชาวยิว ตั้งถิ่นฐานอยู่ที่ ดินแดนเมโสโปเตเมีย หัวหน้าเผ่าชื่อ อับราฮัม มีการอ้างตนเองว่าได้รับจากพระเจ้าให้ทำการอพยพชนเผ่าไปอยู่บริเวณดินแดนที่เรียก แผ่นดินคานาอัน ก็คือตรงประเทศอิสราเอลในปัจจุบัน ต่อมาดินแดนดังกล่าวประสบกับความแห้งแล้งอย่างหนัก ชาวบ้านจึงได้มีการอพยพไอยู่ยังดินแดนของอียิปต์ทำให้กลายเป็นทาสของชาวอียิปต์ แน่นอนว่าพวกเขาทนความอึดอัดเหล่านี้ไว้ไม่ไหวจึงได้มีกาอพยพไปดินแดนคาราอันอีกครั้ง การเดินทางที่ว่าพรเจ้ามีการสั่งให้ชาวยิวคนหนึ่ง โมเสส เป็นหัวหน้า การเดินทางที่ว่านี้ยากลำบากสุดๆ แถมยังต้องต่อสู้กับทะเลทรายมาอย่างยาวนาน ชาวยิงได้มีการตั้งอาณาจักรคานาอันขึ้นต่อมาอาณาจักรดังกล่าวได้ตกเป็นของบาบิโลน เป็นเมืองขึ้นของจักรวรรดิโรมันด้วย ชาวยิวก็ยังคงได้รับการกดขี้เสมอมา พระเยซูคือชาวยิว ศาสนาคริสต์ถือโดยสมมุติว่าวันประสูติของพระองค์คือวันที่ 25 ธันวาคม ค.ศ. 1 พระองค์ทรงประสูติที่หมู่บ้าน เบทเลเฮม แคว้นยูดาห์ ในดินแดนปาเลสไตน์ซึ่งปัจจุบันก็คือดินแดนของอิสราเอล

ช่วงศตวรรษที่ 1 ได้เริ่มมีการเผยแพร่ศาสนาคริสต์ออกไปเป็นครั้งแรกที่กรุงเยรูซาเล็ม ไปจนถึงประเทศในแถบตะวันออกกลาง อาทิ ซีเรีย, เมโสโปเตมีย,  อัสซีเรีย, ฟินิเซีย, อานาโตเลีย และในประเทศอียิปต์ด้วย ต่อมาก็ได้มีการเกิดศาสนเภทหลายๆ ครั้งในคริสตจักรถือว่าเป็นศาสนาที่อยู่คู่กับโลกนี้มาอย่างยาวนานสุดๆ ศาสนาหนึ่ง คนที่นับถือศาสนาคริสต์จำนวนมากจึงนับถือพระผู้เป็นเจ้าไม่ว่าจะเลือกทำสิ่งใดก็ตาม