โบสถ์ในศาสนาคริสต์ที่เก่าแก่ที่สุด

DuraEuropos-Temple-Of-Bel

โบสถ์ ‘Dura-Europos’ เป็นโบสถ์มีความเก่าแก่ที่สุด ถูกสร้างขึ้นมาในคริสต์ศตวรรษที่ 1 ตั้งอยู่ใน Dura-Europos ณ ประเทศซีเรีย เมื่อพิจารณาจากรูปลักษณ์ภายนอกสันนิฐานได้ว่าเป็นบ้านธรรมดา ภายในได้รับการตกแต่งอย่างเรียบร้อย ซึ่งดัดแปลงมาเพื่อสักการบูชาพระเจ้า ในช่วงปี 233 –  256 เมื่อเมืองถูกทิ้งร้างหลังจากถูกพิชิตโดยเปอร์เซีย โบสถ์แห่งนี้ก็ถูกลืมเลือน… ถึงแม้ว่าชะตากรรมของโบสถ์แห่งนี้จะไม่ทราบว่าเป็นไปอย่างไร หลังจากถูกยึดครองโดยขบวนการผู้ก่อการร้าย ISIS หากแต่ภาพวาดอันโด่งดังของโบสถ์ ‘Dura-Europos’ ก็ได้รับการค้นพบและถูกเก็บรักษาไว้ ณ หอศิลป์แห่ง Yale University

ประวัติศาสตร์ความเป็นมาของ โบสถ์ ‘Dura-Europos’

สถานที่ตั้งของ โบสถ์ ‘Dura-Europos’ เป็นเมืองอันเก่าแก่และมีป้อมปราการที่มีกำแพงล้อมรอบถูกขุดขึ้นมาในช่วงทศวรรษ 1920 – 1930 โดยฝีมือของทีมฝรั่งเศสและอเมริกา ภายในโบราณสถานของโบสถ์แห่งนี้ได้รับการดูแลรักษาอย่างดีในปัจจุบัน

ภายในอาคารประกอบไปด้วยบ้านซึ่งเชื่อมต่อกับห้องโถงแยกออกมาคล้ายกันทั้ง 2 ฝั่ง โดยทำหน้าที่เป็นห้องประชุมสำหรับคริสตจักร จิตรกรรมฝาผนังอันทรงคุณค่าซึ่งสามารถรอดตายจากวันเวลา และจากฝีมือผู้ก่อการร้ายก็ยังอยู่ดี นอกจากนี้ยังมีห้องพิเศษทำหน้าที่ประกอบพิธีต่างๆ ก็ปรากฏให้เห็นถึงภาพเขียนคริสเตียนอันเก่าแก่ที่สุดที่คนรักศิลปะระดับโลกต่างรู้จักกันดี อย่าง “Good Shepherd”, “Healing of the paralytic” และ “Christ and Peter เดินบนน้ำ”  ซึ่งถือว่าเป็นภาพแรกสุดของพระเยซูคริสต์ ภาพเหล่านี้ก็กลายเป็นภาพทรงคุณค่าซึ่งมีอายุมากที่สุดตามไปด้วย

โดยภาพที่ปรากฏอยู่บนปูนเปียกขนาดใหญ่ แสดงให้เห็นถึงผู้หญิง 3 คน หากแต่ผู้หญิงคนที่ 3 มีส่วนเลอะเลือนหายไปบ้าง รูปนี้ได้รับการสร้างสรรค์อยู่ใกล้โลงศพขนาดใหญ่ โดยมีการคาดการณ์กันว่านี่น่าจะเป็นภาพของแมรี่ 3 คน เดินทางไปเยี่ยมชมหลุมฝังศพของพระคริสต์ หากแต่อีกฝ่ายก็ตีความเห็นในเรื่องของการอุปมาเรื่องหญิงพรหมจารี 10 คน นอกจากนี้ยังมีอื่นๆอันน่าสนใจอีกมากมาย

นอกจากนี้ผลงานศิลปะแล้ว ก็ยังพบชิ้นส่วนของม้วนกระดาษซึ่งถูกขีดเขียนด้วยข้อความภาษาฮิบรู จากการอาศัยความรู้ของนักภาษา ข้อความเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่าพวกเขาเป็นคริสเตียนยูคาริสติค และมีเนื้อหาเกี่ยวกับการสวดมนต์ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับคำอธิษฐานใน Didache แต่เนื้อหาก็หายไปบ้าง แหว่งไปบ้างตามกาลเวลา ต่อมาในปี ค.ศ. 1933 ข้อความชิ้นหนึ่งกลับปรากฏตัวขึ้น ! โดยถูกกู้คืนจากกองขยะในนอกประตูเมือง Palmyrene ข้อความนี้ได้เข้ามาช่วยเติมเต็มเรื่องราวอันน่ารู้ ซึ่งเมื่อนำมาประกอบกับข้อมูลที่มีอยู่ก่อน แสดงให้เห็นถึงพระกิตติคุณกรีก ซึ่งเป็นเนื้อหาโบราณบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับคริสต์ศาสนาในอดีต